Slide1
บริษัท เบสท์เวิลด์ อินเตอร์พลาส จำกัด

Best world
Interplas

ผู้นำด้านการผลิตฟิล์มหด (PE)
โรงงานผลิตฉลากฟิล์มหด

ผู้นำด้านการผลิตฟิล์มหด (PE)
โรงงานผลิตฉลากฟิล์มหด

ผู้นำด้านการผลิตฟิล์มหด (PE) โรงงานผลิตฟิล์มพิมพ์

โรงงานผลิตฉลากฟิล์มหด
Slide1
Slide2
Slide3
Slide4

OUR PRODUCT

ผู้นำอุตสาหกรรมผลิต Shrink Film คุณภาพสูง บริการครบวงจรตั้งแต่ 2545

เรามีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ในการผลิตฟิล์มพิมพ์คุณภาพพรีเมียม ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจ

สำหรับบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม อาหาร และสินค้าอุตสาหกรรม เรามีทีมออกแบบมืออาชีพ พร้อมให้คำปรึกษา รับผลิตตามแบบลูกค้า รองรับออเดอร์ทุกขนาด ส่งมอบรวดเร็ว

 

โรงงานผลิตฉลากฟิล์มหด
โรงงานผลิตฉลากฟิล์มหด
โรงงานผลิตฉลากฟิล์มหด

BESTWORLD INTERPLAS CO., LTD.

บริษัท เบสท์เวิลด์ อินเตอร์พลาส จำกัด เป็นผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิต จำหน่ายฟิล์มหด (PE Shrink Film) รายใหญ่รายหนึ่งในประเทศที่มีกำลังผลิตกว่า 10,000 ตัน ต่อปี

เรามีเครื่องจักร Multi Layer ที่ทันสมัย และมีเครื่องมือทดสอบในเรื่องคุณสมบัติของเนื้อฟิล์ม เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้า บริษัทฯ สามารถผลิตฟิล์มหดที่มีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ของเรามีหลายประเภท อาทิเช่น เครื่องดื่มบำรุงกำลัง, น้ำดื่ม, นม ยู.เอช.ที, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว,อุตสาหกรรมเครื่องแก้ว,งานก่อสร้างอุปกรณ์สุขภัณฑ์ เป็นต้น อีกทั้งเรายังมีพนักงานบริการให้คำปรึกษาและรับงานแบบ Onsite service & Online service

ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้รับมาตรฐานของระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015 และกำลังพัฒนาต่อยอดสู่ระบบ GHP เพื่อตอบโจทย์ให้กับทางลูกค้าได้มากขึ้น

โรงงานผลิตฉลากฟิล์มหด
Slide
SERVICE

“บริการหลังการขาย และดูแล
ลูกค้าของเราให้มั่นใจได้ว่า
ฟิล์มทุกม้วนจาก Bestworld
ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

OUR CUSTOMER

สินค้ามีคุณภาพ

พนักงานมีความเชี่ยวชาญ

นวัตกรรมทันสมัย

จัดส่งสินค้ารวดเร็ว

โรงงานผลิตฉลากฟิล์มหด

ARTICLE & EVENT

Article
ในฐานะโรงงานผลิตถุงคลุมพาเลท BESTWORLD เข้าใจเป็นอย่างดีว่าอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ การปกป้องสินค้าให้คงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดตลอดการขนส่ง และจัดเก็บเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สินค้าที่จัดเรียงบนพาเลท แม้จะดูมั่นคง แต่กลับเปราะบางต่อปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง ความชื้น น้ำ และสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ซึ่งอาจสร้างความเสียหาย ผลกระทบต่อต้นทุน และชื่อเสียงของแบรนด์อย่างมหาศาล โดยในวันนี้จะเราจะมาพูดถึงความสำคัญของการใช้ถุงคลุมพาเลทกัน และทำไมถึงต้องเลือกถุงคลุมพาเลทที่ BESTWORLD ในการการปกป้องสินค้า บทความนี้มีคำตอบ   ถุงคลุมพาเลทคืออะไร? ถุงคลุมพาเลท คือวัสดุที่มักผลิตจากพลาสติก ถูกออกแบบมาให้มีขนาด และรูปทรงที่สามารถคลุมสินค้าที่วางอยู่บนพาเลทได้อย่างมิดชิด และครอบคลุมรอบด้าน ทั้งด้านบน ด้านข้าง และด้านล่าง โดยถุงคลุมพาเลทจะถูกนำมาใช้งานในกรณีที่สินค้าต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีความเสี่ยงต่อความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่รอขนส่งเก็บในคลัง หรือระหว่างการขนย้าย เช่น ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองจำนวนมาก ความชื้นสูง น้ำหยด น้ำค้าง หรือแม้แต่แสงแดดที่แรงจัด ซึ่งอาจทำให้บรรจุภัณฑ์ซีดจาง หรือเสื่อมคุณภาพได้   ความสำคัญของการใช้ถุงคลุมพาเลท ปกป้องสินค้าจากฝุ่น ความชื้น และรังสียูวี: ในหลายอุตสาหกรรม เช่น อาหาร เวชภัณฑ์ หรืออิเล็กทรอนิกส์ ความสะอาดของสินค้าเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม ถุงคลุมพาเลทช่วยให้สินค้าไม่สัมผัสกับฝุ่น ควัน หรือสิ่งปนเปื้อนโดยตรง ขณะเดียวกันก็ป้องกันน้ำ และความชื้นได้ดี ช่วยลดโอกาสเกิดเชื้อรา และการเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะเมื่อต้องเก็บในคลังที่ไม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิ ลดความเสียหายระหว่างขนส่ง: ไม่ว่าจะเป็นแรงสั่นสะเทือนจากรถบรรทุก การโยกเยกของเรือ หรือแรงกระแทกจากการจัดเรียง ถุงคลุมพาเลทช่วยเพิ่มความหนาแน่นให้กับตัวพาเลท ทำให้สินค้าด้านในเคลื่อนไหวน้อยลง และลดความเสี่ยงต่อการเสียหายจากแรงภายนอก เสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ: ถุงคลุมพาเลทที่สะอาด เรียบร้อย ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ธุรกิจดูเป็นมืออาชีพ ลูกค้าเห็นแล้วรู้สึกมั่นใจว่าสินค้าของตนได้รับการดูแลอย่างดีตลอดทาง ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว: แม้ถุงคลุมพาเลทจะเป็นต้นทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่หากเปรียบเทียบกับความเสียหายของสินค้า การร้องเรียนจากลูกค้า หรือค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนสินค้าใหม่แล้ว ถือว่าคุ้มค่ามาก ช่วยลดต้นทุนรวมของธุรกิจได้ในระยะยาว   ทำไมต้องโรงงานผลิตถุงคลุมพาเลท BESTWORLD ในการปกป้องสินค้า คุณภาพของวัตถุดิบ โรงงานผลิตถุงคลุมพาเลท BESTWORLD เลือกใช้เม็ดพลาสติก Low-Density Polyethylene (LDPE) https://en.wikipedia.org/wiki/Low-density_polyethylene เกรดคุณภาพในการผลิต ทำให้ได้ถุงคลุมพาเลทที่มีเนื้อฟิล์มคุณภาพสูง มีความเหนียว ยืดหยุ่น ทนทานต่อแรงกระแทก และการฉีกขาดได้อย่างดีเยี่ยม สามารถปกป้องสินค้าได้อย่างมั่นใจ ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองทุกโจทย์ความต้องการ BESTWORLD มีถุงคลุมพาเลทให้เลือกหลากหลายรูปแบบ แบบใส (Transparent): เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการโชว์ตัวผลิตภัณฑ์ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค หรือใช้ในการตรวจนับสต็อกโดยไม่ต้องเปิดถุง แบบขุ่น/สี (Opaque/Colored): เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการป้องกันแสงแดด หรือต้องการปกปิดเพื่อความปลอดภัย ป้องกันการลอกเลียนแบบ หรือเพื่อแยกประเภทสินค้าตามสีของถุง แบบพับข้าง (Gusseted Pallet Cover): ออกแบบมาให้มีจีบขยายด้านข้าง ทำให้สามารถคลุมพาเลทที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมได้อย่างพอดี สวยงาม และไม่เปลืองเนื้อพลาสติก แบบม้วน (Roll Type): เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน สามารถดึง และตัดความยาวได้ตามต้องการ เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีการใช้งานบ่อย และหลากหลายขนาด การผลิตที่ได้มาตรฐานและปรับแต่งได้ โรงงานผลิตถุงคลุมพาเลท BESTWORLD มีขนาดมาตรฐานให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย เช่น 100x120x150 ซม., 120x120x180 ซม., และ 150x150x200 ซม. นอกจากนี้ สามารถสั่งผลิตถุงคลุมพาเลทในขนาดพิเศษได้ ไม่ว่าจะเป็นความกว้าง ความยาว และความหนาของถุงได้ตามขนาดของสินค้าและพาเลท คุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งาน กันน้ำ กันฝุ่น และความชื้น ช่วยปกป้องสินค้าจากปัจจัยภายนอกได้อย่างสมบูรณ์ ที่สำคัญใช้งานง่ายสามารถใช้คลุมและมัดปากถุง หรือใช้ร่วมกับเครื่องซีลความร้อนได้สะดวก ทนทานต่ออุณหภูมิ รองรับการใช้งานได้ทั้งในสภาพแวดล้อมปกติและในห้องเย็น   สรุป โรงงานผลิตถุงคลุมพาเลท BESTWORLD ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมพลาสติก แน่นอนว่าทุกการขนส่งมีต้นทุน การปกป้องสินค้าคือการปกป้องกำไร เพราะหากสินค้าเสียหายระหว่างทาง นอกจจากจะสูญเสียต้นทุนสินค้าแล้ว ยังรวมถึงเสียต้นทุนเรื่องเวลาในการแก้ไขปัญหา และต้นทุนโอกาสทางธุรกิจที่อาจสูญเสียไปอย่างไม่มีวันย้อนกลับ โรงงานผลิตถุงคลุมพาเลท BESTWORLD จึงมุ่งมั่นพัฒนา และผลิตถุงคลุมพาเลทคุณภาพสูงที่ช่วยลดความเสี่ยงเหล่านั้น พร้อมตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง ปกป้องสินค้าของคุณอย่างมั่นใจด้วยถุงคลุมพาเลท จากโรงงานผลิตถุงคลุมพาเลท BESTWORLD ด้วยประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมพลาสติก เราคัดสรรวัสดุคุณภาพสูง ผลิตด้วยกระบวนการที่ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจอย่างแน่นอน สนใจติดต่อเราได้แล้ววันนี้ มองหาโรงงานผลิตถุงคลุมพาเลท มองหา BESTWORLD   คำถามที่พบบ่อย ถุงคลุมพาเลทใช้วัสดุอะไรผลิต? ถุงคลุมพาเลทโดยทั่วไปผลิตจากพลาสติก PE หรือ LDPE ที่มีความเหนียวและทนทาน สามารถเลือกความหนาและสีได้ตามการใช้งาน วัสดุผ่านการตรวจสอบมาตรฐานอุตสาหกรรม ถุงคลุมพาเลทต่างจากฟิล์มยืดพันพาเลท (Shrink Flim) อย่างไร? ถุงคลุมพาเลทคือถุงพลาสติกขนาดใหญ่
Article
ฟิล์มยืดพันพาเลทสิ่งที่เรามักเห็นใช้งานอยู่ทั่วไปในภาคอุตสาหกรรมและคลังสินค้า โดยเฉพาะในกระบวนการจัดเก็บและขนส่งสินค้าที่ต้องอาศัยการพันยึดสินค้าบนพาเลทให้มั่นคง ป้องกันการเคลื่อนตัวหรือเสียหายระหว่างการเคลื่อนย้าย ด้วยความยืดหยุ่นสูง ยึดเกาะได้ดี และใช้งานสะดวก ฟิล์มชนิดนี้จึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่หลายธุรกิจเลือกใช้เป็นประจำ แต่ในหลาย ๆ พื้นที่จัดเก็บมักพบปัญหาที่คล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มแห้งกรอบก่อนเวลา ฟิล์มขาดง่าย หรือแม้แต่เกิดการยึดเกาะที่ไม่แน่นหนาเท่าที่ควร ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักไม่ได้เกิดจากตัวผลิตภัณฑ์โดยตรง แต่เกิดจากวิธีการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสมนั่นเอง ดังนั้น ก่อนที่ฟิล์มจะเสื่อมคุณภาพจนต้องเปลี่ยนใหม่โดยไม่จำเป็น ลองมาดูเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณเก็บรักษาฟิล์มยืดพันพาเลทให้ใช้งานได้นาน คงประสิทธิภาพไว้ได้เต็มร้อย   ทำความเข้าใจกับธรรมชาติของฟิล์มยืดพันพาเลท ก่อนจะรู้จักวิธีเก็บรักษาเรามาทำความรู้จักกับฟิล์มยืดพันพาเลทกันก่อนดีกว่า โดยฟิล์มยืดพันพาเลท (Stretch Film) นั้นเป็นวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้พันห่อสินค้าบนพาเลท เพื่อยึดสินค้าหลายชิ้นให้อยู่รวมกัน ลดความเสี่ยงต่อการเคลื่อนที่หรือหล่นระหว่างขนย้าย โดยวัสดุที่ใช้ผลิตฟิล์มยืดส่วนใหญ่คือพลาสติก LLDPE (Linear Low-Density Polyethylene) ซึ่งมีลักษณะเด่นหลายประการ เช่น ความยืดหยุ่นสูงสามารถยืดได้ถึง 2–3 เท่าของความยาวเดิมโดยไม่ขาดง่าย ทำให้สามารถพันสินค้าหลากหลายขนาดได้แน่นหนา มีความทนทานต่อการถูกเจาะทะลุจากมุมหรือขอบของสินค้า โดยไม่เกิดการฉีกขาดง่าย มีความโปร่งใสมองเห็นตัวสินค้าได้ชัดเจน ช่วยในการตรวจสอบและรายละเอียดต่าง ๆ ได้ชัดเจน บางเบาใช้งานสะดวก ไม่เพิ่มน้ำหนักในการขนส่ง   เคล็ดลับเก็บรักษาฟิล์มยืดพันพาเลทให้ใช้งานได้นาน การเก็บรักษาฟิล์มยืดพันพาเลทอย่างถูกวิธี ไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานแต่ยังช่วยให้ฟิล์มคงคุณสมบัติเดิมไว้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการพันสินค้าให้แน่นหนาและปลอดภัย มาดูเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ใช้ในการจัดเก็บฟิล์มยืดดังนี้ หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน ฟิล์มยืดพันพาเลทไวต่อแสงแดดและอุณหภูมิสูง หากฟิล์มถูกเก็บไว้ในพื้นที่ที่โดนแดดจัดหรือพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 30°C อาจทำให้เนื้อฟิล์มเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ฟิล์มจะแห้ง แข็งตัว หรือเปราะแตกง่าย ความยืดหยุ่นที่เคยมีจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด การยืดติดไม่แน่นหนาเหมือนเดิม ดังนั้นควรเลือกจัดเก็บในที่ร่ม เย็น และอากาศถ่ายเท เพื่อรักษาคุณสมบัติของฟิล์มให้ยืดหยุ่นและเหนียวแน่นอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงความชื้น แม้ฟิล์มยืดพันพาเลทจะกันน้ำได้ระดับหนึ่ง แต่ความชื้นในอากาศสามารถส่งผลกระทบต่อเนื้อฟิล์มได้โดยไม่รู้ตัว ฟิล์มอาจเกิดเชื้อราหรือดูดซึมไอน้ำเข้าสู่แกนม้วนจนเสียรูป ที่สำคัญความชื้นยังทำให้ฟิล์มบางส่วนเหนียวติดกันมากเกินไปดึงออกยาก ดังนั้น ควรเก็บในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเทสะดวก อย่าเก็บไว้ใกล้สารเคมี สารเคมีบางชนิดอาจมีไอระเหยหรือปฏิกิริยาที่สามารถทำลายโครงสร้างของฟิล์มยืดพันพาเลท แม้ฟิล์มจะไม่ได้สัมผัสสารโดยตรง แต่อากาศที่มีไอระเหยของสารเคมีก็เพียงพอจะทำให้ฟิล์มเสียสภาพได้ ควรแยกพื้นที่จัดเก็บฟิล์มยืดพันพาเลทออกจากโซนจัดเก็บสารเคมีอย่างเด็ดขาด หรือใช้ผนังกั้นแยกอย่างชัดเจน เพื่อรักษาความปลอดภัยของทั้งสินค้าและผู้ใช้งาน อย่าวางของหนักทับฟิล์มยืดพันพาเลท ฟิล์มยืดพันพาเลทมีแกนกระดาษหรือพลาสติกอยู่ตรงกลาง หากนำของหนักมาวางทับเป็นเวลานาน อาจทำให้แกนเสียรูป บิดงอ หรือยุบตัว ซึ่งส่งผลให้ฟิล์มหมุนใช้งานได้ไม่สะดวก นอกจากนี้ยังอาจทำให้เนื้อฟิล์มยับ ดึงใช้งานได้ยาก และอาจทำให้ฟิล์มฉีกขาดได้ง่าย ควรจัดเก็บฟิล์มโดยวางเรียงกันในแนวตั้ง หรือวางซ้อนกันในจำนวนที่ไม่มากจนเกินไป จัดเก็บในสภาพแวดล้อมที่สะอาด สิ่งสกปรก ฝุ่นละออง หรือเศษวัสดุต่าง ๆ ที่ลอยอยู่ในพื้นที่เก็บฟิล์มยืดพันพาเลทสามารถเกาะติดที่ผิวฟิล์มได้ง่าย เมื่อใช้งานฟิล์มที่มีฝุ่นติดอยู่จะลดแรงยึดเกาะ และอาจทำให้ห่อสินค้าไม่แน่นหนา อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการพาเศษฝุ่นเข้าสินค้าได้อีกด้วย ควรทำความสะอาดพื้นที่สม่ำเสมอ และหากเป็นไปได้ให้คลุมม้วนฟิล์มด้วยพลาสติกใสหรือผ้าคลุมกันฝุ่น หมุนเวียนสต็อก (FIFO) ใช้ระบบ FIFO (First In First Out) ช่วยให้ฟิล์มยืดพันพาเลทถูกนำมาใช้งานตามลำดับเวลาที่จัดเก็บไว้ ลดโอกาสที่ฟิล์มจะถูกทิ้งไว้นานจนเสื่อมสภาพโดยไม่ได้ใช้งาน ติดป้ายระบุวันก่อน-หลังก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้หยิบใช้ได้อย่างเป็นระบบ เพราะถ้าหากปล่อยให้อยู่ท้ายคลังนานเกินไป ฟิล์มยืดพันพาเลทอาจเสื่อมคุณภาพก่อนถูกนำมาใช้งานจริง ทำให้ต้องทิ้งโดยเปล่าประโยชน์และส่งผลต่อต้นทุนในระยะยาว   สรุป การเก็บรักษาฟิล์มยืดพันพาเลทอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งาน และรักษาคุณภาพของฟิล์มไว้ได้นานมากขึ้น หวังว่าเคล็ดลับเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ให้กับกับหลาย ๆ คนที่อาจจะกำลังมองหาวิธีการเก็บรักษาฟิล์มยืดพันพาเลทอยู่ได้ไม่มากก็น้อยน้อย แต่ถ้าหากสนใจฟิล์มยืดพันพาเลทที่คุณภาพดี เกรด A เหนียว ทนทาน ที่ BESTWORLD INTERPLAS เรามีพร้อมให้คุณ ติดต่อสอบถาม​ และขอคำแนะนำเข้ามาได้เลยทุกช่องทาง   คำถามที่พบบ่อย ฟิล์มยืดพันพาเลทใช้กับสินค้าประเภทไหนได้บ้าง? คำตอบ: ใช้ได้กับสินค้าทุกประเภทที่ต้องการความมั่นคงในการจัดเรียง เช่น กล่องสินค้า ถุงข้าวสาร แพ็คเครื่องดื่ม สินค้าอุตสาหกรรม ฯลฯ ฟิล์มยืดต่างจากฟิล์มหดยังไง? คำตอบ: ฟิล์มยืดต้องใช้แรงดึงเพื่อพันสินค้า ส่วนฟิล์มหดต้องใช้ความร้อนในการหดตัวให้รัดสินค้าแน่น ฟิล์มยืดมีอายุการเก็บรักษานานแค่ไหน? คำตอบ: โดยทั่วไปประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการเก็บรักษา หรือทำตามเคล็ดลับเก็บรักษาฟิล์มยืดพันพาเลทให้ใช้งานได้นาน ไม่แห้งกรอบง่าย จากบทความนี้ก็จะช่วยให้ฟิล์มยืดพันพาเลทมีอายุการใช้งานที่นานมากขึ้น ฟิล์มยืดพันพาเลทต้องใช้เครื่องพันหรือพันมือได้? คำตอบ: สามารถใช้ได้ทั้งแบบเครื่องพันพาเลทและพันด้วยมือ ขึ้นอยู่กับปริมาณและลักษณะงาน มีวิธีสังเกตอย่างไรว่าฟิล์มยืดพันพาเลทเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว? คำตอบ: สังเกตได้จากลักษณะภายนอก เช่น ฟิล์มเริ่มมีสีเหลือง มีรอยแตก รอยฉีกขาดง่าย หรือเมื่อลองยืดแล้วขาดง่ายกว่าปกติ
Article
บริการรับออกแบบฟิล์มพิมพ์ เป็นอีกหนึ่งบริการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการงานพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้า บรรจุภัณฑ์ สติกเกอร์ หรือสื่อโฆษณาต่าง ๆ จุดเด่นของบริการนี้คือการสร้างสรรค์งานกราฟิกให้ดูโดดเด่น สวยงาม และน่าดึงดูดใจตั้งแต่แรกเห็น เพราะในยุคที่การแข่งขันทางการตลาดสูง การมีบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างมืออาชีพไม่เพียงช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้า แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้ลูกค้ามองว่าสินค้ามีคุณภาพ และน่าเชื่อถือ การเลือกใช้บริการออกแบบฟิล์มพิมพ์จากทีมที่มีประสบการณ์จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แบรนด์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ประเภทของฟิล์มที่นิยมใช้ ฟิล์ม PVC (Polyvinyl Chloride): มีคุณสมบัติเด่นคือความยืดหยุ่นสูง ใสเป็นประกาย และพิมพ์สีได้สวย เหมาะกับงานที่ต้องการความคมชัด เช่น ฉลากเครื่องดื่ม ป้ายสินค้า หรือฟิล์มหดรัดรูป (Shrink Film) นอกจากนี้ยังทนต่อความชื้น และรอยขีดข่วนได้ดี ทำให้สินค้าดูใหม่และสวยงามอยู่เสมอ ฟิล์ม PET (Polyethylene Terephthalate): เป็นฟิล์มคุณภาพสูงที่มีความแข็งแรง ทนต่อแรงดึง และอุณหภูมิได้ดีเยี่ยม มีความใสแวววาว และป้องกันการซึมผ่านของก๊าซได้ดี จึงเหมาะสำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการความคมชัดสูง เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ ฟิล์ม PP (Polypropylene): หรือบางครั้งเรียกว่า BOPP Film มีความโปร่งใส มันวาว น้ำหนักเบา และทนต่อความร้อนได้ดี ถือเป็นฟิล์มที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการผลิตซองบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ซองขนมขบเคี้ยว ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือแฟ้มเอกสารต่าง ๆ ฟิล์ม PE (Polyethylene): เป็นฟิล์มที่มีความยืดหยุ่นสูง เหนียว ทนทานต่อการฉีกขาด และมีราคาถูกที่สุดในกลุ่มนี้ แม้ความใสอาจไม่เท่าฟิล์มชนิดอื่น แต่เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการความสวยงามมากนัก เช่น ฟิล์มยืดสำหรับพันพาเลท ถุงบรรจุสินค้า หรือฟิล์มที่ใช้ในงานเกษตรกรรม   เทคนิคการพิมพ์ฟิล์มที่นิยมใช้ 1. การพิมพ์กราเวียร์ (Gravure Printing) เป็นระบบการพิมพ์ที่ใช้แม่พิมพ์ร่องลึก (Engraved Cylinder) โดยหมึกจะถูกป้อนเข้าในร่องที่แกะสลักไว้ และถ่ายทอดลงบนฟิล์มโดยตรง ให้คุณภาพงานพิมพ์ที่คมชัดสูงสุด สีสันสดใส และมีความทนทานสูง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์อ่อนที่มีปริมาณการผลิตสูงมาก เช่น ซองขนม หรือฟิล์มลามิเนต 2. การพิมพ์เฟล็กโซกราฟี (Flexography Printing) ระบบนี้ใช้แม่พิมพ์นูนที่ทำจากโพลิเมอร์หรือยางที่มีความยืดหยุ่น (คล้ายตรายาง) ซึ่งสามารถพิมพ์บนพื้นผิวฟิล์มได้หลากหลายประเภทแม้จะไม่เรียบเนียนนัก เป็นระบบที่พิมพ์ได้รวดเร็ว และคุ้มค่าสำหรับการผลิตจำนวนมาก นิยมใช้ในอุตสาหกรรมฉลากสติกเกอร์ และบรรจุภัณฑ์อาหาร 3. การพิมพ์ดิจิทัล (Digital Printing) เป็นการพิมพ์จากไฟล์ดิจิทัลลงบนเครื่องพิมพ์โดยตรง โดยไม่ต้องทำเพลทโลหะหรือยาง ทำให้ปรับเปลี่ยนภาพได้ง่ายระหว่างงานพิมพ์ ไม่เสียเวลา และต้นทุนในการทำเพลท ข้อดีคือมีความรวดเร็ว เหมาะสำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการเปลี่ยนแบบบ่อย ๆ 4. การพิมพ์ออฟเซต (Offset Printing – UV Offset) แม้ว่าออฟเซตจะนิยมใช้พิมพ์กระดาษ แต่ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับฟิล์มได้ โดยต้องใช้ระบบ UV Offset ซึ่งหมึกพิมพ์จะแห้งตัวทันทีเมื่อโดนแสง UV ทำให้หมึกยึดเกาะบนผิวฟิล์มที่มันลื่นได้ดี ให้ความละเอียดของเม็ดสกรีนที่สูงมาก เหมาะกับงานที่ต้องการความคมชัดเป็นพิเศษ 5. การพิมพ์สกรีน (Screen Printing) เป็นการพิมพ์โดยการปาดหมึกผ่านผ้าสกรีนที่มีลวดลาย (บล็อกสกรีน) ให้หมึกลงไปติดบนฟิล์มโดยตรง จุดเด่นคือสามารถพิมพ์หมึกให้มีความหนาเป็นพิเศษได้ ทำให้ได้สีที่ทึบแสง มีความทนทานต่อการขูดขีด และสภาพอากาศสูง นิยมใช้ในงานสติกเกอร์ ป้ายโฆษณา หรือการพิมพ์ที่ต้องการเอฟเฟกต์เฉพาะ   สรุป โดยสรุป การใช้บริการรับออกแบบฟิล์มพิมพ์อย่างมืออาชีพจะช่วยยกระดับงานพิมพ์ฉลาก และบรรจุภัณฑ์ของคุณให้คมชัด สวยงาม และทนทาน ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าบนตลาด ทั้งนี้ควรเลือกใช้วัสดุฟิล์มที่เหมาะสมกับงาน รวมถึงเทคนิคการพิมพ์ที่ตรงตามความต้องการ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด มองหาบริการรับออกแบบฟิล์มพิมพ์มองหาเรา บริษัท เบสท์เวิลด์ อินเตอร์พลาส จำกัด ดูแลการออกแบบฟิล์มพิมพ์ ตั้งแต่การเลือกวัสดุคุณภาพสูงไปจนถึงเทคนิคการพิมพ์ที่เหมาะสมกับสินค้าของคุณ เราพร้อมสร้างสรรค์ฉลาก และบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่น สวยคมชัด และสะท้อนเอกลักษณ์แบรนด์ของคุณอย่างมืออาชีพ   คำถามที่พบบ่อย รับออกแบบฟิล์มพิมพ์คืออะไร? เป็นบริการสร้างสรรค์งานกราฟิกบนฟิล์มเพื่อใช้กับบรรจุภัณฑ์ ฉลากสินค้า สติกเกอร์ หรือสื่อโฆษณา ทำให้สินค้าดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ฟิล์ม PE (Polyethylene) เหมาะกับงานแบบไหน? ฟิล์ม PE เป็นฟิล์มที่มีความยืดหยุ่นสูง เหนียว และทนต่อการฉีกขาด จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงและการปกป้องสินค้าเป็นหลัก ไม่เน้นความใสหรือความสวยงามมากนัก
Article
โรงงานผลิตฟิล์มหด ถือเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่มีบทบาทช่วยสร้างคุณภาพ และภาพลักษณ์ให้กับสินค้า โดยเฉพาะในสินค้าส่งออกที่ต้องผ่านการขนส่งทางไกล และแข่งขันในตลาดต่างประเทศ การเลือกฟิล์มหดที่เหมาะสมและได้มาตรฐานจากโรงงานที่มีความเชี่ยวชาญ ไม่เพียงช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขนส่ง แต่ยังช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและคุณค่าของแบรนด์อีกด้วย   ฟิล์มหดคืออะไร และทำไมถึงสำคัญสำหรับการส่งออก ฟิล์มหด (Shrink Film) เป็นพลาสติกใสที่เมื่อโดนความร้อนจะหดรัดรอบสินค้าอย่างแนบสนิท คุณสมบัติที่โดดเด่นนี้ทำให้สินค้าได้รับการปกป้องจากฝุ่น ความชื้น และแรงกระแทกที่อาจเกิดขึ้นระหว่างขนส่ง อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยให้สินค้าดูเรียบร้อย สวยงาม และเป็นมืออาชีพ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสินค้าที่ต้องการความประณีตเมื่อนำไปวางขายในตลาดต่างประเทศ   ประโยชน์ของการใช้ฟิล์มหดกับสินค้าส่งออก ปกป้องสินค้าให้ถึงมือลูกค้าอย่างสมบูรณ์: สินค้าที่ต้องเดินทางไกล และผ่านการขนส่งหลายขั้นตอน อาจเกิดความเสียหายจากฝุ่น ความชื้น หรือแรงเสียดสี ฟิล์มหดช่วยลดปัญหาเหล่านี้ ทำให้สินค้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์เมื่อลูกค้าได้รับ เพิ่มความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า: สินค้าที่บรรจุด้วยฟิล์มหดคุณภาพสูง ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคู่ค้าต่างประเทศ โรงงานที่ได้มาตรฐานสามารถผลิตฟิล์มหดที่ผ่านการทดสอบเรื่องแรงดึง ความโปร่งใส และการหดตัวที่แม่นยำ เสริมความโดดเด่นด้านภาพลักษณ์: การใช้ฟิล์มหดช่วยให้สินค้าดูสะอาด เรียบร้อย และเป็นระเบียบ เหมาะสำหรับการวางขายในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านค้าต่างประเทศ ลดต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์: เนื่องจากฟิล์มหดมีน้ำหนักเบา สามารถใช้งานง่าย และรัดสินค้าหลายชิ้นพร้อมกัน ทำให้ลดการใช้กล่องหรือวัสดุห่ออื่น ๆ รองรับสินค้าหลากหลายประเภท: ฟิล์มหดเหมาะกับสินค้าทุกประเภท ตั้งแต่ขวดแก้ว ขวดพลาสติก กล่องกระดาษ ไปจนถึงพาเลทสินค้าขนาดใหญ่   แนวทางการเลือกโรงงานผลิตฟิล์มหดสำหรับสินค้าส่งออก มาตรฐานการผลิต: โรงงานควรมีการรับรองมาตรฐาน เช่น ISO 9001, GMP หรือมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร (สำหรับสินค้าที่สัมผัสอาหาร) คุณภาพฟิล์ม: ตรวจสอบความโปร่งใส ความเหนียว และแรงดึงของฟิล์มว่าเหมาะสมกับสินค้าที่จะส่งออก ความสามารถในการผลิตจำนวนมาก: โรงงานต้องรองรับออเดอร์จำนวนมาก และสามารถส่งมอบตรงเวลา บริการให้คำปรึกษา: โรงงานที่ดีจะให้คำแนะนำเรื่องความหนา ประเภทของฟิล์ม และวิธีการใช้งานให้เหมาะสมกับสินค้าของคุณ ราคาและต้นทุนรวม: พิจารณาค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด รวมถึงค่าขนส่ง และการจัดเก็บ   การประยุกต์ใช้ฟิล์มหดในอุตสาหกรรมส่งออก อาหารและเครื่องดื่ม: ขวดน้ำดื่ม น้ำผลไม้ ขนม และอาหารบรรจุกล่อง สินค้าอุปโภคบริโภค: สบู่ แชมพู เครื่องสำอาง ของใช้ในครัวเรือน อิเล็กทรอนิกส์: อุปกรณ์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องการการป้องกันความชื้น สินค้าเกษตรแปรรูป: ข้าว ผลไม้แปรรูป หรืออาหารพร้อมทาน การขนส่งแบบพาเลท: ใช้ฟิล์มหดพันรัดสินค้าบนพาเลทเพื่อความมั่นคง และป้องกันความเสียหาย   สรุปโรงงานผลิตฟิล์มหดเลือกที่ไหนดี เมื่อเลือก โรงงานผลิตฟิล์มหด สำหรับสินค้าส่งออก สิ่งสำคัญคือคุณภาพฟิล์มมาตรฐานสูง การผลิตตรงต่อเวลา บริการให้คำปรึกษา และสามารถรองรับออเดอร์จำนวนมาก ทั้งหมดนี้จะช่วยให้สินค้าของคุณถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย สวยงาม และมืออาชีพ ไว้ใจให้เรา บริษัท เบสท์เวิลด์ อินเตอร์พลาส จำกัด ผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายฟิล์มหด (PE Shrink Film) รายใหญ่ของประเทศ ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีและกำลังการผลิตมากกว่า 10,000 ตันต่อปี แล้วคุณจะได้รับทั้งคุณภาพ และบริการที่เหนือกว่า พร้อมช่วยยกระดับสินค้าของคุณให้โดดเด่นในตลาดโลก   คำถามที่พบบ่อย ฟิล์มหดคืออะไร? ฟิล์มหดคือพลาสติกที่หดตัวเมื่อได้รับความร้อน ใช้ห่อหุ้มสินค้าเพื่อป้องกัน และรวมสินค้าให้เป็นชิ้นเดียว ฟิล์มหดช่วยในการส่งออกสินค้าได้อย่างไร? ช่วยป้องกันสินค้าจากความเสียหายระหว่างการขนส่ง เช่น ฝุ่น ความชื้น รอยขีดข่วน และช่วยให้สินค้าคงสภาพดีจนถึงมือลูกค้า อุตสาหกรรมที่นิยมเลือกใช้ฟิล์มหด อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค และอิเล็กทรอนิกส์นิยมใช้ฟิล์มหดเพื่อปกป้องและเพิ่มความเรียบร้อยในการจัดส่งสินค้า วิธีเลือกโรงงานผลิตฟิล์มหด ควรพิจารณาจากอะไรบ้าง? ควรพิจารณาจากประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการผลิตฟิล์มสำหรับสินค้าส่งออก รวมถึงมาตรฐานการผลิต และคุณภาพของวัสดุที่ใช้ นอกจากนี้ควรดูบริการหลังการขาย และการให้คำปรึกษาที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจคุณด้วย
Article
ฟิล์มหดรัดรูป คือหนึ่งในวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่หลายคนคงจะเคยเห็นในชีวิตประจำวัน เป็นวัสดุพลาสติกใสที่ห่อหุ้มสินค้าด้วยคุณสมบัติที่สามารถยืดหยุ่น และหดตัวเข้ากับรูปทรงของสินค้าได้อย่างแนบชิด ช่วยปกป้องสินค้าไม่ให้เกิดความเสียหาย จึงไม่น่าแปลกใจที่ฟิล์มหดรัดรูป จะกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมในหลากหลายธุรกิจ ตั้งแต่อาหาร เครื่องสำอาง ไปจนถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แต่คำถามที่หลายคนยังสงสัยก็คือ “ฟิล์มหดรัดรูปใช้กับสินค้าอะไรได้บ้าง?” บทความนี้จะพาคุณไปไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับฟิล์มหดรัดรูป ตั้งแต่ประเภทการใช้งานที่หลากหลาย ไปจนถึง การเลือกชนิดของฟิล์มให้เหมาะสมกับสินค้าแต่ละประเภท เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้ว่าฟิล์มหดรัดรูป คือสิ่งที่เหมาะกับสินค้าหรือธุรกิจของคุณหรือไม่   ทำความรู้จัก “ฟิล์มหดรัดรูป” ก่อนจะไปดูว่าฟิล์มหดรัดรูปใช้กับสินค้าอะไรได้บ้าง เรามาทำความเข้าใจหลักการทำงานง่าย ๆ กันก่อน ฟิล์มหดรัดรูปหรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Shrink Film หรือ Shrink Wrap คือแผ่นพลาสติกที่ถูกผลิตขึ้นมาให้มีคุณสมบัติพิเศษในการ “หดตัว” เมื่อได้รับความร้อนในอุณหภูมิที่เหมาะสม กระบวนการใช้งานง่าย ๆ เริ่มจากการนำฟิล์มมาห่อหุ้มตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ จากนั้นจึงให้ความร้อนโดยใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องเป่าลมร้อน สำหรับงานจำนวนน้อย หรือการลำเลียงผ่านอุโมงค์ความร้อน สำหรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม เมื่อฟิล์มสัมผัสกับความร้อน โมเลกุลของพลาสติกจะจัดเรียงตัวใหม่ ทำให้ฟิล์มหดตัวและรัดแน่นเข้ากับรูปทรงของสินค้าพอดี ไม่ว่าสินค้านั้นจะมีรูปทรงโค้งมน ซับซ้อน หรือมีเหลี่ยมมุมมากเพียงใดก็ตาม ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรง ความปลอดภัย และความสวยงามของบรรจุภัณฑ์   ฟิล์มหดรัดรูปสารพัดประโยชน์ ใช้กับสินค้าอะไรได้บ้าง? คำตอบคือ “แทบทุกอย่าง” ด้วยความสามารถในการปรับตัวเข้ารูปทรง และคุณประโยชน์ที่หลากหลาย ทำให้ฟิล์มชนิดนี้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในทุกอุตสาหกรรม เราสามารถแบ่งกลุ่มการใช้งานหลัก ๆ ได้ดังนี้ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มสินค้าที่เราคุ้นเคยกับการใช้ฟิล์มหดรัดรูปมากที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์ทั้งเพื่อการปกป้อง การรวมสินค้าเป็นแพ็ค อาหารและเครื่องดื่ม: ขวดน้ำดื่ม น้ำอัดลม นม – ใช้ห่อแพ็ก 6 ขวดหรือ 12 ขวด ให้เป็นชุดเดียว กล่องเบเกอรี่ ขนมปัง ขนมอบ – ช่วยให้ดูสะอาดและดูน่ารับประทาน อาหารแช่แข็งหรืออาหารพร้อมทาน – รักษาความสดใหม่และป้องกันการรั่วซึม เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล: ฟิล์มหดถูกใช้เพื่อเป็นซีลรับประกันให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าสินค้านั้น ๆ ยังไม่เคยถูกเปิดใช้งานมาก่อน เช่น ซีลพลาสติกใสที่หุ้มกล่องครีมบำรุงผิว กล่องน้ำหอม หรือฝาลิปสติก นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันรอยขีดข่วนบนบรรจุภัณฑ์ได้อีกด้วย หนังสือ เครื่องเขียน และสื่อบันเทิง: ปกป้องปกหนังสือหรือนิตยสารจากรอยขีดข่วนและความชื้น ห่อหุ้มกล่องซีดีเพลง ดีวีดีภาพยนตร์ หรือกล่องเกม เพื่อยืนยันว่าเป็นสินค้าใหม่ที่ยังไม่ถูกแกะ และยังใช้ในการรวมชุดเครื่องเขียน เช่น ปากกาหลาย ๆ ด้ามเข้าไว้ด้วยกัน กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าในกลุ่มนี้ ภาพลักษณ์ ความใหม่ และการป้องกันความเสียหายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ห่อหุ้มกล่องผลิตภัณฑ์: กล่องโทรศัพท์มือถือ หรือกล่องอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ มักถูกหุ้มด้วยฟิล์มหดบางใส เพื่อป้องกันฝุ่นและความชื้นระหว่างการเก็บและขนส่ง และที่สำคัญคือสร้างความรู้สึก “ใหม่แกะกล่อง” ที่สมบูรณ์แบบให้กับลูกค้า การป้องกันรอยขีดข่วน: ฟิล์มบาง ๆ ยังช่วยป้องกันรอยขีดข่วนที่อาจเกิดขึ้นกับตัวกล่องผลิตภัณฑ์ ทำให้สินค้าคงความสวยงามเมื่อถึงมือผู้บริโภค กลุ่มอุตสาหกรรมและการขนส่ง นอกเหนือจากสินค้าที่เราเห็นตามร้านค้าทั่วไป ฟิล์มหดรัดรูปยังมีบทบาทสำคัญในภาคอุตสาหกรรม การรวมสินค้าเพื่อการขนส่ง: ใช้ฟิล์มหดชนิดหนาและแข็งแรง (เช่น ฟิล์ม PE) ในการห่อรวมสินค้าที่จัดเรียงอยู่บนพาเลท หรือรวมกล่องสินค้าหลาย ๆ กล่องเข้าด้วยกันให้เป็นหน่วยเดียว เพื่อความมั่นคงแข็งแรง ป้องกันการโคลงเคลงหรือล้มระหว่างการขนย้ายด้วยรถโฟล์คลิฟท์ การป้องกันสินค้าขนาดใหญ่: เครื่องจักร ชิ้นส่วนรถยนต์ หรือแม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ สามารถใช้ฟิล์มหดห่อหุ้มเพื่อป้องกันฝุ่น ความชื้น ระหว่างการจัดเก็บในคลังสินค้าหรือการขนส่งระยะไกล การใช้งานเฉพาะทางและอื่น ๆ ชุดของขวัญและกระเช้า: สินค้าหลากหลายชิ้นถูกจัดวางรวมกันไว้อย่างสวยงามไม่ขยับเขยื้อนหรือหลุดออกจากตำแหน่ง ทั้งยังเพิ่มความพรีเมียมให้กับชุดของขวัญอีกด้วย โปรโมชั่นส่งเสริมการขาย: การแพ็คสินค้าคู่กันในรูปแบบ “ซื้อ 1 แถม 1” หรือการแนบของแถมไปกับสินค้าหลัก ฟิล์มหดสามารถรัดสินค้าทั้งสองชิ้นไว้ด้วยกันได้อย่างแนบเนียนและแข็งแรง   เลือกฟิล์มให้ใช่ ใช้ให้เป็น รู้จักประเภทของฟิล์มหดรัดรูป การจะใช้ประโยชน์จากฟิล์มหดได้อย่างสูงสุดนั้น การเลือกชนิดของฟิล์มให้เหมาะสมกับประเภทของสินค้า และวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยฟิล์มที่นิยมใช้ในท้องตลาดมีอยู่ 3 ประเภทหลัก ๆ คือ ฟิล์ม PVC (Polyvinyl Chloride): มีจุดเด่นคือใช้งานง่าย หดตัวได้ดีที่อุณหภูมิต่ำ มีความใสและเงางามในระดับหนึ่ง เหมาะกับสินค้าทั่วไปที่ไม่ใช่อาหาร เช่น กล่องซีดี กล่องสบู่ ห่อหุ้มสินค้าที่ไม่ต้องการความทนทานสูงมากนัก ข้อควรพิจารณา คือมีความเปราะเมื่ออยู่ในที่เย็นจัด และในกระบวนการให้ความร้อนอาจมีกลิ่นฉุนและปล่อยสารบางชนิดออกมา จึงไม่เหมาะกับการใช้กับผลิตภัณฑ์อาหารโดยตรง ฟิล์ม POF (Polyolefin): มีความใสและเงามาก เนื้อฟิล์มนุ่มแต่เหนียวและทนทานต่อการฉีกขาดสูง ที่สำคัญคือเป็น Food Grade ปลอดภัยสำหรับการสัมผัสอาหารโดยตรง ไม่มีสารอันตราย
Article
โรงงานผลิตฟิล์มหด โรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตฟิล์มหดวัสดุพลาสติก PE ที่นิยมด้วยคุณสมบัติในการหดตัวเมื่อได้รับความร้อน เพราะถ้าหากสังเกตทุกวันนี้เราสัมผัสกับฟิล์มหดได้ในหลากหลายผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่สินค้าขนาดเล็กอย่างขนมขบเคี้ยวห่อหุ้มเพื่อป้องกันฝุ่น ไปจนถึงสินค้าขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มเพื่อป้องกันความเสียหายระ หว่างการขนส่ง คำถามคือ ทำไมโรงงานผลิตฟิล์มหดต้องที่ Bestworld Interplas? ค้นหาคำตอบได้ในบทความนี้   ความเป็นมาของโรงงานผลิตฟิล์มหด Bestworld Interplas บริษัท เบสท์เวิลด์ อินเตอร์พลาส จํากัด (BWP) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2545 โดยคุณวิทูร รัตนเมธานนท์ เริ่มต้นธุรกิจผลิตฟิล์มหด พีอี (PE) ด้วยทุนจดทะเบียน 14 ล้านบาท และโรงงานขนาด 400 ตารางเมตร มีกำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 100 ตัน/เดือน หลังจากนั้นในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้ขยายโรงงานใหม่ในเดือนพฤศจิกายน 2548 บนพื้นที่ 7,400 ตารางเมตร ปัจจุบันบริษัทได้ขยายพื้นที่เพิ่มเติมจนมีพื้นที่รวมกว่า 17,600 ตารางเมตร เพื่อรองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นกว่า 800 ตัน/เดือน   ทำไมต้องโรงงานผลิตฟิล์มหด Bestworld Interplas คุณภาพระดับแนวหน้า ผลิตภัณฑ์จากโรงงานผลิตฟิล์มหด Bestworld Interplas ทุกชิ้นใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล โดยใช้เทคโนโลยีเครื่องจักร Multi Layer ที่ทันสมัย มีเครื่องมือทดสอบในเรื่องคุณสมบัติของเนื้อฟิล์มเพื่อให้แน่ใจว่าฟิล์มหดที่ผลิตออกมามีความทนทาน แข็งแรง มีประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน และการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างเคร่งครัด สามารถผลิตฟิล์มหดที่มีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ได้ตามต้องการของลูกค้า กำลังการผลิตที่แข็งแกร่ง บริษัท เบสท์เวิลด์ อินเตอร์พลาส จำกัด เป็นผู้นำ และผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิต จำหน่ายฟิล์มหด (PE Shrink Film) รายใหญ่รายหนึ่งในประเทศที่มีกำลังผลิตมากกว่า 10,000 ตันต่อปี รองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มที่ สามารถผลิตฟิล์มหดได้ทั้งแบบใส ฟิล์มหดแบบสี ฟิล์มหดแบบผสมเม็ดรีไซเคิล ขนาดหน้ากว้างเริ่มต้นที่ 15 – 250 เซนติเมตร โดยความหนาสามารถผลิตได้เริ่มต้นที่ 30 – 200 ไมครอน ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ นอกจากจะเป็นโรงงานผลิตฟิล์มหดแล้ว Bestworld Interplas ยังเชี่ยวชาญในการผลิตฟิล์มแบบต่าง ๆ ด้วย ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า ทั้งฟิล์มยืดพันพาเลทที่เหมาะสำหรับการรัดพาเลท และการขนส่ง ฟิล์มพิมพ์ช่วยสร้างความโดดเด่นเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ถุงคลุมพาเลทใช้สำหรับคลุมสินค้าที่วางซ้อนกันบนพาเลท และถุงหลอดปกป้องสินค้าจากสิ่งสกปรกต่าง ๆ   ผ่านการรับรองมาตรฐาน Bestworld Interplas ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 ซึ่งเป็นระบบบริหารคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล การรับรองนี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงคุณภาพการผลิต และการบริการที่มีมาตรฐานของ โรงงานผลิตฟิล์มหด และกำลังพัฒนาต่อยอดสู่ระบบ GHP (Good Hygiene Practices) เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าทั้งในด้านคุณภาพ ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดทางอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมุ่งมั่นที่จะจัดทำระบบคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2015 เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และพัฒนาฟิล์มที่มีส่วนผสมของเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงาน และการลดภาวะโลกร้อนด้วย การบริการอย่างเต็มความสามารถ พัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง พันธกิจ (Mission) ของ Bestworld Interplas ให้บริการเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า การผลิตที่เน้นคุณภาพ การให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกใช้ฟิล์มหดที่เหมาะสมกับสินค้า การออกแบบ ไปจนถึงกระบวนการผลิต ทั้งในรูปแบบของ Onsite service & Online service โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงบริการขนส่งสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งสินค้าจากโรงงานไปยังลูกค้า หรือการเคลื่อนย้ายสินค้าภายในองค์กร พร้อมดูแลสินค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อความสะดวก และความปลอดภัยสูงสุด   โรงงานผลิตฟิล์มหดต้อง Bestworld Interplas โรงงานผลิต Shrink Film ชั้นนำ ด้วยประสบการณ์ยาวนาน เราเชี่ยวชาญด้านการผลิต และออกแบบฟิล์มพิมพ์คุณภาพสูง ทั้งฉลากฟิล์มหด, ฟิล์มยืดพันพาเลท, ชริ้งฟิล์ม, ฟิล์มหด PE, ถุงหลอด และอื่น ๆ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจ พร้อมบริการออกแบบฟิล์มพิมพ์ สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมเข้ามาได้เลย โรงงานผลิตฟิล์มหด บริษัท เบสท์เวิลด์ อินเตอร์พลาส จํากัด ยินดีให้บริการ
Mourning Ribbon